วันอาทิตย์ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2557

Nutella Chewy Mega Cookies ตกแต่งเป็น Rilakkuma

             สวัสดีค่าาา หายไปนานเลยวันนี้กลับมาด้วยซอฟท์คุกกี้เหนียวหนึบน่ารักๆ คุกกี้นิ่มชิ้นโตชิ้นเดียวอิ่ม 555 ไม่รอช้าละมาดูกันเลยดีกว่า

             คุกกี้ตัวนี้อร่อยนะคะไม่ขมเลยเห็นสีเข้มๆ มาจากส่วนผสมน้ำตาลทรายแดงและนูเทลล่าค่า ชอบทานนูเทลล่ากันมั้ย เอามาจิ้มกับขนมปังก็อร่อย เอามาทำขนมก็อร่อย แต่แป้งชอบเอานิ้วจิ้มดูด 555 อร่อยสุด ลืมถ่ายกระปุกนูเทลล่าคู่กับคุกกี้เลย เอาเป็นว่าจะเขียนขั้นตอนในการทำอย่างละเอียดแทนนะคะเอารูปตอนเสร็จมาให้ดูกันก่อน ^ ^



              โดยส่วนตัวรู้สึกว่าคุกกี้สูตรนี้ค่อนข้างมีรสชาติหวาน ถ้าทานคู่กับนมแก้วโดๆ จะพอดีมากๆ แต่ถ้าไม่ชอบชอบทานแบบแพลนก็สามารถลดน้ำตาลทรายขาวจากสูตรได้ค่ะ ไม่ควรลดน้ำตาลทรายแดงเพราะจะทำให้คุกกี้หนึบน้อยลง หลายคนอาจจะชอบคุกกี้เนื้อนุ่มๆ แป้งอยากให้ลองคุกกี้แผ่นบางเนื้อหนึบเคี้ยวมันดูบ้างนะคะอาจติดใจรสสัมผัสแบบนี้บ้างก็ได้



ส่วนผสม (ที่เอาสูตรนี้มาฝากกันเพราะมันง่าย อร่อย ส่วนผสมหาได้สะดวก ยิ่งอบเสร็จออกจากเตาแล้วทานเลยยิ่งอร่อยมากกกก ไม่เชื่อต้องลอง)
- เนยจืดนิ่ม              115 กรัม  (ใช้เนยเค็มก็ได้ค่ะตัดเกลือออกด้วยนะคะ)
- นูเทลล่า                100 กรัม
- น้ำตาลทรายขาว   90 กรัม (ไม่ชอบกวานลดลงได้สัก 20-30 กรัม)
- น้ำตาลทรายแดง   90 กรัม
- ไข่ไก่                     1 ฟอง
- กลิ่นวนิลลา           1/2 ช้อนชา (ใช้กลิ่นช็อคโกแลตก็ได้ค่ะ)
- แป้งเอนกประสงค์ 150 กรัม
- เบคกิ้งโซดา          1 ช้อนชา
- เกลือ                     1/4 ช้อนชา (แป้งใช้ดอกเกลือจากปราณบุรี)
- Semi Sweet Chocolate Chip    1/3 ถ้วย (ปรับสูตรเป็นดาร์คช็อคโกแลตหั่นชิ้นเล็กๆก็ได้ค่ะ หากชอบให้มีรสขมตัดกัน)

              ก่อนหันไปทำอย่างอื่นให้เตรียมนำเนยออกมาวางพักอย่างน้อยครึ่งชั่วโมงให้เนยหายเย็นเป็นเนยอุณหภูมิห้อง ระวังนะคะหากพักเนยไว้นานในวันที่อากาศร้อนจนเนยละลายคล้ายน้ำมันจะคุกกี้ออกมาไม่เป็นไปตามสูตร เปิดเตาอบที่ 180 C


              วิธีทำ
              นำแป้งเอนกประสงค์ เบคกิ้งโซดามาร่อนเข้าด้วยกันแล้วพักไว้ ใส่เกลือตามลงไปหากใช้เนยจืด

              ตีเนยอุณหภูมิห้องจนขึ้นฟูใส่น้ำตาลทั้ง 2 ชนิดลงไปตีต่อวื้ด วื้ด..

              ตอกไข่ใส่ถ้วยใช้ไข่ใหม่สดนะคะ ตามด้วยวนิลลา ค่อยๆ เทลงไปในส่วนผสมเนยน้ำตาลตีให้เข้ากัน

              ถึงขั้นตอนสำคัญพระเอกของเรา ใส่นูเทลล่าาาาลงไปตีต่อ

              หยุดเครื่องตีขั้นตอนนี้ไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องตีแล้วค่ะระวังนะเทพรวดไปทีเดียวฟุ้งกระจายเต็มหน้าและคนแป้งกับส่วนผสมให้เข้ากันยาก ใช้ไม้พายคนแป้งที่ร่อนไว้ให้เข้ากันค่อยๆ แบ่งแป้งเป็น 3 ส่วนใส่ไปทีละส่วน

              สุดท้ายตามด้วยช็อคโกแลตที่ชอบคลุกส่วนผสมห้เข้ากันอีกนิดเป็นใช้ได้ <3         
           
 

                แป้งตั้งใจทำเป็นคุกกี้ชิ้นใหญ่ยักษ์เลยใช้ที่ตักคุกกี้เส้นผ่านศุนย์กลางขนาด 2 นิ้วฝ่า ถาดนึงอบได้แค่ 6 ชิ้นนะคะเวลาวางคุกกี้ให้วางห่างกันเยอะหน่อยน้าาเพราะคุกกี้เค้าจะใหญ่และบานมากกกกกกก

               จากนี้ไปรูปเยอะหน่อยน้า เห่อกล้องใหม่ หุหุ เมื่อได้โดว์คุกกี้แล้วก็โยนเข้าเตาไปเลย!!!




               
                   อบคุกกี้ชิ้นโตประมาณ 18 นาทีค่ะ ด้านนอกจะกรอบด้านในเหนียวหนึบ ไม่ควรอบนานไปเพราะจะขาดอรรถรสในการกิน คุกกี้สูตรนี้ได้คุกกี้ชิ้นมหึมามโหฬารบานตะไทใหญ่กว่าฝ่ามือ 10 ชิ้นค่ะ ใครใคร่ทำชิ้นเล็กกว่านี้คงต้องไปนับเองน้าว่าได้กี่ชิ้น               




                                                                 
                                                                   เยิ้มๆ ยืดๆ หนุบหนับ


               
                  หลังนำออกจากเตาให้พักไว้บนถาดก่อนประมาณ 10 นาทีเพื่อให้คุกกี้ที่เพิ่งเปลี่ยนอุณหภูมิอยู่ตัวถ้าย้ายคุกกี้มาวางพักบนตะแกรงทันทีจะทำให้คุกกี้แยกออกเป็นชิ้นๆ 


           
              คุกกี้ที่แหว่งไปผ่านการชิมเรียบร้อย เขมือบเกือบหมดชิ้นนี่ยังเรียกว่าชิมอยู่มั้ยคะ :-P ถ้าชอบคุกกี้ชิ้นเล็กให้ใช้ช้อนตักคุกกี้เป็นขนาดเท่าๆ กัน ลดเวลาอบลงเหลือสัก 10 นาทีอาจต้องทดลองเวลาอบเองเพราะเตาแต่ละตัวไม่เหมือนกันสักทีเดียว อ้อ!! แล้วรสนิยมในการทานคุกกี้ด้วย บางคนชอบเยิ้มมาก เยิ้มน้อยก็เพิ่มเวลาอบให้นานขึ้นอีก 1-2 นาที





             หน้าตาเป็นแบบนี้แบนๆ บานๆ หายร้อนแพ็คใส่ถุงแก้วเตรียมแจก อร่อยมากขอบอกกกก ควรทานให้หมดภายใน 3 วัน จริงๆ ไม่ต้องบอกก็ได้มั้งเพราะทานแล้วหยุดไม่ได้ 5555















***แป้งตกแต่งให้น่ารักน่าเคี้ยวขึ้นด้วยฟองดองค่ะ น่ารักเนอะ >o<



หม่ำๆ กันค่ะ ^___________^ หวังว่าคุกกี้สูตรนี้จะถูกใจนะคะ

วันเสาร์ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2557

เม็ดขนุน หอม มัน หวานเบาเบา

             ต้นเหตุที่ทำให้แป้งอยากทำเม็ดขนุนเพราะคุณพ่อชอบค่ะ และที่ร้านแป้งหอมเบเกอร์รี่มักมีไข่แดงเหลืออยู่เสมอเนื่องจากทำคุกกี้รอยัลไอซิ่งให้กับลูกค้าบ่อยๆ ครั้นจะเอาไข่แดงมาทำทานเองมากๆ เข้าก็ทานไม่ไหวค่ะกลัวคอเลสเตอรอลพุ่งสูงเลยคิดวิธีแจกจ่ายและทำเก็บเอาไว้ทานกันในครอบครัว (ที่สำคัญทำแต่ฝอยทองเริ่มไม่ตื่นเต้นละเราทำได้แล้วนิ เลยต้องหาของยากเลเวลสูงกว่ามาปะฝีมือกันสักหน่อย)
 



               ดูจากรูปนี่เม็ดขนุนอวบอิ่มมากเลยเนาะ 555 เพิ่งปั้นครั้งแรกค่ะทำแบบไม่กลัวขาดทุนกันเลย ขนาดพ่อแป้งบอกแล้วนะคะว่าลูกใหญ่ไป หลังจากทำเสร็จญาติๆ ได้ทานมีแต่คนบอกว่าลูกใหญ่ไปป่าวว ถ้าทำขายต้องเล็กลงหน่อยนะ เดี๋ยวขายไม่ได้ราคาและทุกคนก็ชมว่าอร่อย เนื้อเนียน หวานเบา มีกลิ่นหอมคลุ้งในปากไม่เหม็นหืนกลิ่นถั่ว ที่สำคัญเม็ดขนุนต้องบินได้ค่ะ เม็ดขนุนวัดกันที่ปีกค่ะการทำปีกได้ไม่ใช้เรื่องยากแต่ก็ไม่ง่ายนักต้องอาศัยการฝึกฝนและความใจเย็นมากๆ ตรงนี้แป้งมีเคล็ดลับค่ะแล้ววันนี้ก็จะเอามาบอกกันด้วยที่นี่


เนื้อเนียน - ล้างหลายน้ำและแช่ถั่วเขียวซีกหรือเรียกอีกอย่างว่าถั่วทองในน้ำสะอาดประมาณ 6 ชั่วโมง เพื่อให้ง่ายต่อการบดให้ละเอียด วิธีบดที่ดีคือบดแห้งไม่ต้องเติมน้ำลงไปนะคะ หรือใครสะดวกใช้ครกตำก็ใช้ได้เช่นกันค่ะ
หวานเบา - ลดน้ำตาลลงค่ะ ใช้ความหวานเท่าที่จำเป็นทำให้สามารถทานขนมได้เรื่อยๆ ไม่หวานแสบคอ
กลิ่นหอม - สูตรนี้มีทั้งกลิ่นควันเทียน กลิ่นกะทิ ใบเตย กลิ่นดอกไม้หอม
ไม่มีกลิ่นหืน - ถั่วผ่านการแช่น้ำหลายชั่วโมงจะเกิดฟองและกลิ่นต้องล้างน้ำให้สะอาด
ปีกเม็ดขนุน - ปล่อยเม็ดขนุนลงไปตรงๆ ด้วยส้อม ช้อนหรือนิ้วมือของเราบนน้ำเชื่อมที่มีความข้นที่พอดี


มาเริ่มลงมือทำกันเลยนะคะ (สูตรนี้ปั้นลูกใหญ่แบบแป้งจะได้ประมาณ 120 ลูกค่ะ)
เนื้อถั่ว
ถั่วเขียวซีก 500 กรัม (ทำครั้งแรกถ้ากลัวเยอะไปลดปริมาณลงครึ่งนึงพอค่ะ ส่วนผสมอื่นก็จับหารสอง)
น้ำตาลทราย 320 กรัม
กะทิอบควันเทียนดอกไม้หอมตราอร่อยดี 1 กล่อง(หรือจะใช้กะทิคั้นเติมกลิ่นแล้วอบควันเทียนก็ได้)
น้ำกะทิเข้มข้นหรือวิปปิ้งครีม 150 กรัม (ถ้าวิปปิ้งครีมมีรสชาติหวานให้ลดน้ำตาลลง 20 กรัม)
เกลือป่น 2 หยิบมือ
ไข่แดงประมาณ 20 ฟอง
สีผสมอาหารสีไข่ไก่เล็กน้อย

น้ำเชื่อม (น้ำเชื่อมจะงวดไปเรื่อยๆ ระหว่างทำสามารถเติมน้ำได้ค่ะ) 
น้ำเปล่า 1 ลิตร
น้ำตาลทราย 900 กรัม
ใบเตยหอม 5 ใบ




แช่ถั่วเขียวซีกไว้ประมาณ 6 ชั่วโมง ล้างให้สะอาดแล้วนำมานึ่งในซึ้งประมาณ 20-25 นาที ไฟกลาง




**บดถั่วแบบเติมน้ำกะทิลงไปด้วยไม่ละเอียด เหนียวแน่น ปั่นยากมากให้ทำตามวิธีด้านล่างค่ะ




บดถั่วให้ละเอียด (โดยไม่ต้องเติมอะไรลงไป)





นำถั่วที่นึ่งไว้ปั่นเสร็จแล้วตั้งไฟกลางค่อนไปทางเบาคนไปเรื่อยๆ เติมน้ำตาล น้ำกะทิหรือวิปปิ้งครีม และเกลือ ขั้นตอนนี้ถั่วสุกอยู่แล้วนะคะ เราสามารถปรุงแต่งรสได้ชิมได้ตามชอบ





กะทิกล่องที่ใช้วันนี้ หอมมั๊ก ^_^ ไม่ค่อยเจ้มจ้น ในตู้เย็นแป้งมีวิปปิ้งครีมอยู่งานนี้ขอดัดแปลงใช้ตัวนี้นะคะ



        กวนจนกอดกันเป็นก้อน (แป้งใช้หม้อไฟฟ้ากวนประมาณ 25 นาทีค่ะ ระวังไม่ควรกวนจนแห้งไป) 






วิธีปั้นดูจากในรูปเลยค่ะ กดให้แบนเล็กน้อย ปั้นเสร็จพักไว้ ถ้าลมแรงหาผ้าหรือถุงพลาสติกสะอากมาปิดไว้นะคะกันเนื้อแห้ง





ทำน้ำเชื่อม มัดใบเตยใส่ลงไปหลังจากน้ำตาลละลายหมด ใช้ไฟอ่อนนะคะ เมื่อน้ำเชื่อมเดือดดีและหอมกลิ่นใบเตยแล้วให้ตักออก จากนั้นเคี่ยวน้ำตาลต่ออีสักพักจนได้ความข้นงวดและเดือดแรงขึ้น จากนั้นตักแบ่งน้ำเชื่อมขึ้นมาในถาดเล็กน้อย น้ำเชื่อมส่วนนี้เอาไว้หล่อขนมเม็ดขนุนตอนนำขึ้นมาพักก่อนพักบนตะแกรง ช่วยให้เม็ดขนุนไม่ติดกันและขึ้นเงาสวย




กรองไข่แดงเติมสีผสมอาหารเล็กน้อย แบ่งไข่แดงออกมานำเนื้อถั่วที่ปั้นพักไว้มาใส่ในไข่แดงเคลือบให้ทั่วนะคะ วิธีหยอดให้หยอดลงไปตรงๆ ปาดส่วนเกินก่อนด้วยค่ะ




ก่อนหยอดให้ปิดไฟหรือเบาไฟลง (ต้องการให้น้ำเชื่อมนิ่งเวลาปล่อยเม็ดขนุนลงไปปีกที่ได้จะสวยกว่า)




เปิดไฟเพื่อให้ไข่แดงและเนื้อถั่วได้สัมผัสดูดรสชาติของน้ำเชื่อมเหนียวข้นเข้าเนื้อ ต้องกลับด้านเม็ดขนุนด้วยนะคะ ด้านละ 2-3 นาที 




สังเกตว่าน้ำเชื่อมข้นขึ้นอีกนะคะ ถ้าข้นเกินไปเติมน้ำเปล่าได้ค่ะ




พักเม็ดขนุนในน้ำเชื่อม




ทยอยนำขึ้นมาพักไว้บนตะแกรงไล่น้ำเชิ่อมส่วนเกินออกจะได้ไม่หวานเกินไปพักไว้สักครู่ เราจะทานหลังจากพักไว้อย่างน้อย 30 นาทีค่ะเพื่อให้เวลาน้ำตาลรัดตัวและส่วนเกินหยดลงถาด


               เท่านี้ก็เสร็จค่ะ ใช้เวลาประมาณ  3 ชั่วโมงนิดๆ ในการทำ ช่วยกันทำในครอบครัวได้นะคะ แม่แป้งชอปปิ้งส่วนผสมนำถั่วไปแช่น้ำ ส่วนแป้งและพ่อช่วยกันปั้นและชุบไข่ เป็นขนมอีกหนึ่งเมนูที่อยากให้ลองทำค่ะ สงกรานต์นี้สามารถแบ่งหน้าที่กันและช่วยกันปั้นเนื้อถั่วเพิ่มความสนุกความกลมเกลียวของสมาชิกในบ้านได้เป็นอย่างดีเลยนะคะ ด้วยความที่ไม่หวานมาก ปั้นไป ชิมไป หยอดไป ป้อนกันไป

               เนื้อถั่วข้างในที่แป้งให้สูตรไว้ถ้าไม่อยากชุบไข่ เค้าก็คือขนมถั่วกวนดีๆ ที่เองค่ะ แตกต่างตรงเราปั้นเป็นลักษณะกลมแทนที่จะปั้นทรงรี




สวัสดีปีใหม่ไทย เดินทางไปเที่ยวพักผ่อนขอให้สนุกและปลอดภัยนะคะ        ^_^     


วันอาทิตย์ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2557

ฝอยทองหอมกลิ่นมะลิ (หวานน้อย)

             ฝอยทองเป็นขนมมงคลที่คนไทยมักนำมาใช้ในงานบุญต่างๆ ยกเว้นงานศพเพราะมีการถือกันว่าต้องจัดงานยืดยาว เท่าที่ทราบมาฝอยทองมีต้นกำเนิดมาจากประเทศโปรตุเกสและได้เข้ามาในประเทศสยาม (สมัยนั้น) จนเป็นขนมยอดฮิตชื่อเป็นเคล็ดที่นิยมทำมานานจนบางทีเข้าใจว่าเป็นขนมไทยแท้ด้วยซ้ำ
             

                   ในสมัยก่อนสูตรฝอยทองทำจากไข่เป็ดค่ะ หลังๆ ได้มีการพัฒนาเพื่อลดความคาวและเพิ่มความนุ่มนวลในรสสัมผัสจึงมักผสมไข่ไก่ลงไปด้วย มีอีกอย่างที่สำคัญและขาดไม่ได้ในการทำฝอยทองคือน้ำลอยดอกมะลิค่ะ แต่ถ้าหาดอกมะลิที่สวนหลังบ้านไม่ได้ก็ไม่ต้องกังวลไป ใส่กลิ่นมะลิก็ดีค่ะดีกว่าซื้อดอกมะลิจากตลาดแล้วต่องเสี่ยงต่อยาฆ่าแมลง เสี่ยงต่อสารเคมีที่ถูกฉีดใส่ดอกไม้ไม่ให้ดอกไม้เหี่ยวไวอีกด้วย

                   สูตรนี้ทำง่ายและหวานน้อยค่ะ แป้งลดน้ำตาลลงเพราะไม่ชอบขนมที่หวานนำโดด มาดูสูตรและวิธีทำกันเลยค่ะ (ขนมไทยทุกชนิดมีความปราณีตและต้องอาศัยความชำนาญค่ะ เส้นฝอยทองที่ดีต้องมีลักษณะ เส้นเล็กเรียวยาววววว ไม่ขาดจากกัน เหนียวนุ่มไม่กระด้าง เนื้อเงาใส ทำได้แบบที่บอกไปถือว่าเพอร์เฟคค่ะ แป้งเองยังต้องฝึกปรับไฟและมือให้นิ่งกว่านี้อีก แหะแหะ )




วัตถุดิบในการทำฝอยทอง
- ไข่แดงของไข่ไก่และไข่เป็ด อย่างละ 10 ฟอง (หนนี้แป้งใช้เฉพาะไข่ไก่ทดลองดูค่ะ ฝอยทองที่ได้จะนุ่มนวล อร่อยมากค่ะแต่สีจะสดน้อยกว่าไข่เป็ดเล็กน้อย)
- น้ำตาลทรายอย่างดี 700 กรัม (ใช้น้ำตาลทรายไม่ขัดขาวค่ะ สามารถใช้น้ำเชื่อมน้ำตาลเทียมสำหรับคนที่ต้องการควบคุมน้ำหนักได้ด้วยค่ะ แนะนำยี่ห้อ kontrol )
- ใบเตยหอม 4-5 ใบมัดไว้
- น้ำสะอาด 1000 ml.
- กลิ่นมะลิ 1/2 ช้อนชา

อุปกรณ์ในการทำ
กระทะทองเหลืองหรือหม้อที่ปากกว้าง
กรวยหยอดฝอยทอง (หาซื้อได้ตามร้านขายอุปกรณ์เบเกอรี่)

วิธีทำ
ล้างไข่ แยกไข่ขาวไข่แดงออกจากกัน ใช้เฉพาะไข่แดงในการทำฝอยทอง

ตั้งน้ำใส่น้ำตาล มัดใบเตยหอมใส่ลงไป (ไม่มีใช้กลิ่นใบเตยได้ค่ะแต่จะไม่หอมละมุนเท่า) ใส่กลิ่นมะลิ เปิดไฟกลาง ไม่จำเป็นต้องคนค่ะไม่อย่างนั้นน้ำตาลจะตกผลึก ปล่อยให้น้ำเชื่อมเดือดประมาณ 15 นาที



ระหว่างนี้เราก็กรองไข่แดงด้วยผ้าขาวบางหรือกระชอนตาถี่ ทดลองใส่ไข่ในกรวยสำหรับทำฝอยทอง สังเกตจากสายของฝอยทองจะต้องไหลเป็นเส้นยาวไม่ไมีติดขัดนะคะ (กรองสัก 2 รอบค่ะ)



เดี๋ยวตอนท้ายแป้งจะให้ดูลักษณะการหยอดฝอยทองที่ไม่ดีนะคะ ตอนนี้ดูการหยอดฝอยทองแบบเส้นยาวเล็กเรียวสวยไปก่อน ตรงกลางน้ำเชื่อมต้องใช้ไฟแรงระดับนึงนะคะเพื่อให้เกิดน้ำพุช่วยให้เส้นฝอยทองไม่ติดกันค่ะ ตักใบเตยขึ้น ใช้นิ้วอุดรูปลายกรวยไว้แล้ววนให้ฝอยทองเป็นสายประมาณ 25-30 รอบค่ะ (ถ้าไม่อยากซื้อกรวย ใช้ถุงแกงเจาะรูเล็กๆ ก็พอแก้ขัดได้ค่ะ)

จากนั้นให้ใช้ไม้ลุกชิ้นหรือไม้ปลายแหลมพับจากฝั่งใกล้ตัวออกไปจนติดกับฝั่งไกลตัวแล้วยกขึ้นพับทบอีกครั้งค่ะ (แป้งทำคนเดียวเลยไม่สามารถถ่ายวิธีพับให้ดูได้ ติดขัดตรงไหนถามเพิ่มเติมได้เลยนะคะ)


วางพักไว้บนตะแกรงอย่างน้อย 30 นาทีเพื่อให้น้ำเชื่อมส่วนเกินหยดลงด้านล่างค่ะ ในรูปแป้งคลี่ออกเพื่อเตรียมนำไปวางบนเค้กมาม่อน



เสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ เส้นฝอยทองที่ได้หวานน้อย หอมกลิ่นมะลิ (ระหว่างทำน้ำเชื่อมจะข้นขึ้นเรื่อยๆ ตรงนี้สามารถเติมน้ำเพิ่มได้นิดหน่อยค่ะ) ฝอยทองนอกจากทานเดี่ยวๆ แล้วสามารถดัดแปลงไปทานกับขนมได้อีกหลายชนิดเลยค่ะ เช่น ขนมครก เค้กชิฟฟ่อน มาม่อนเค้ก ทานกับโรตีแทนสายไหม ขนมโตเกียว ขนมเบื้องฝอยทอง (อันสุดท้ายแป้งชอบกินสุดๆ 555)
            
เวลาที่แป้งใช้ในการทำประมาณ 1 ชั่วโมงค่ะ ใช้ไข่ไปประมาณเกือบๆ 30 ฟอง ส่วนไข่ขาวแยกไว้สามารถนำไปทำเค้กนางฟ้าได้ค่ะเค้กชนิดนี้ใช้ไข่ขาวล้วนในการทำทำให้เนื้อฟู เบา มากๆ ฝอยทองที่ทำเสร็จแล้วเก็บใส่กล่องปิดฝามิดชิดเอาไว้ทานได้ประมาณ 1- 2 สัปดาห์ในช่องพิเศษของตู้เย็นค่ะ







ปิดท้ายด้วยการหยอดฝอยทองที่ไฟยังไม่ได้ที่และหยอดไม่ดีเป็นดวงใหญ่ไม่เป็นเส้นเรียวเล็กเพราะลืมยกกรวยให้สูงเหนือกระทะค่ะ 

เท่านี้เราก็จะได้ฝอยทองที่หอมมะลิ อร่อย หวานน้อยน่ารับประทานแล้ว ส่วนน้ำเชื่อมที่เหลือสามารถเก็บไว้ทำทองหยอด ทองหยิบ เม็ดขนุนได้อีกด้วยค่าาา ^_^


วันศุกร์ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2557

เปิดรับออเดอร์รอยัลไอซิ่งคุกกี้ Royal Icing Cookies

กรุณาสั่งล่วงหน้าอย่างน้อย 4-5 วัน

รับทำของชำร่วย เขียนชื่องานต่างๆ ลงคุกกี้ หรือชื่อบริษัท ชื่อคู่รักในงานแต่ง เป็นออเดอร์พิเศษลิมิเต็ดอิดิชั่นเซ็ตเดียวในโลกค่ะ

ลูกค่าสามารถแชร์กันสั่งให้ได้ตามขั้นต่ำค่ะไม่จำเป็นต้องเขียนเหมือนกันทั้งหมด 

ทานได้ทั้งหมดทั้งตัวคุกกี้และน้ำตาลด้านบน ใช้สีผสมอาหารแบบเจลเป็นสีน้ำเข้าจากต่างประเทศค่ะ 

###############################

มีลูกค้าถามราคาเข้ามากันเยอะแป้งขอแจ้งราคาคร่าวๆ ไว้ดังนี้ค่ะอาจมีปรับขึ้นลงได้บ้าง ประเมิณจากความยากง่ายของแบบ ไซส์ของคุกกี้ ใช้สีกี่่สี แพ็คเกจ วันเวลาที่ลูกค้าต้องการค่า 

SIZE S = ขั้นต่ำ 100 ตัว 
ราคาเริ่มต้นชิ้นละ 5 บาทสำหรับการทำ Outline และ เขียนตัวหนังสือ
ราคาเริ่มต้นชิ้นละ 8 บาทสำหรับการลงสีถมเต็มทั้งชิ้น

SIZE M = ขั้นต่ำ 50 ตัว 
ราคาเริ่มต้นที่ 12 บาทค่ะสำหรับการทำ Outline และ เขียนตัวหนังสือ
ราคาเริ่มต้นที่ 15 บาทค่ะสำหรับการลงสีถมเต็มทั้งชิ้น

SIZE L = ขั้นต่ำ 20 ตัว 
ราคาเริ่มต้นที่ 25 บาทสำหรับการทำ Outline และ เขียนตัวหนังสือ
ราคาเริ่มต้นที่ 30 บาทสำหรับการลงสีถมเต็มทั้งชิ้น

ไซส์ S ขนาดประมาณ 3.5 cm 
ไซส์ M ขนาดประมาณ 5 cm 
ไซส์ L ขนาดประมาณ 7.5 cm 

ราคายังไม่รวมค่าแพ็คเกจค่ะ

กรุณาสอบถามราคาสินค้าเพิ่มเติมได้ที่ 089-2079922 หรือ Paenghommbakery@hotmail.com หรือ inbox FaceBook Paenghommbakery

เทียบขนาดทั้ง 3 ไซส์
เทียบขนาดทั้ง 3 ไซส์

วันอังคารที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

ขนมปังในหม้อหุงข้าว Soft Apple Raisin Bread


ใครๆ ก็ชอบขนมปังนะคะ เพราะทานง่ายดีไม่หวานมากและพกพาสะดวก แต่น้อยคนที่คิดทำเองเพราะว่าไม่มีเตาอบใช่มั้ยคะวันนี้แป้งขอนำเสนอสูตรขนมปังที่นวดมือได้ไม่ยากและทดลองแทนเพื่อนๆ ด้วยการอบขนมปังในหม้อหุงข้าวให้ดูกันค่ะ 

ไม่เคยลองอบในหม้อหุงข้าวเหมือนกันนี่คือครั้งแรก ตื่นเต้นจังจะออกมาดีหรือเสียต้องทิ้งถังขยะกันนะ แป้งค้นในตู้เย็นปรากฎว่ามีแอ๊ปเปิ้ลเขียวอยู่เยอะมาก ไปแมคโครแล้วมีโปรซื้อ 1 แถม 1 ค่ะ ทานสดคงไม่ทันแน่อย่ากระนั้นเลยเอามาทำเป็นไส้ขนมปังดีกว่า ใช้เฉพาะแอ๊ปเปิ้ลเขียวก็กลัวจะเปรี้ยวเกินไปงั้นขอใส่ลูกเกดดำลงไปด้วยนะคะ พรุ่งนี้เช้าค่อยทำเพราะขนมปังเสียเวลารอค่อนข้างนานค่ะคืนนี้ดึกแล้ว


เหตุการ์ณที่คิดจะจำลองเกิดขึ้นจริงคือนึกอยากกินขนมปังเมื่อคืนและวางแผนจะทำรุ่งขึ้น อ้าวมานึกได้ว่าใช้เตาอบไม่ได้เพราะเอาฐานเตาไปให้ช่างอ๊อกเหล็กเพิ่มชั้นวางของระหว่างทำเปลี่ยนใจอบในเตาก็คงไม่ได้แล้ว โอเคงั้นถ้างั้นคงต้องลองกันสักตั้งแอ๊ปเปิ้ลเขียวพร้อม ลูกเกดพร้อม แป้งไรย์ดำพร้อม ทุกอย่างพร้อมงั้นอบขนมปังในหม้อหุงข้าวเลย(ชอบทานขนมปังใส่แป้งไรย์ดำค่ะ แป้งตัวนี้จะช่วยเพิ่มคุณค่าทางอาหารและทำให้ขนมปังเราเหนียวนุ่มขึ้น)

มาดูสูตรกันค่ะ เป็นสูตรที่แป้งดัดแปลงมาจาำก Foodtravel
สูตรขนมปัง
1. แป้งขนมปัง 220 กรัม (ดัดแปลงใส่แป้งไรย์ดำครึ่งนึงค่ะ)
2. แป้งเค้กชนิดเบาพิเศษ 62 กรัม
3. ยีสต์ 8 กรัม
4. หางนมผง 12 กรัม
5. ผงแพตโก้-สาม 1/2+1/8 ช้อนชา (ไม่มีก็ไม่ต้องใส่ค่ะ แป้งก็ไม่ได้ใส่)
6. น้ำตาลทราย 55 กรัม
7. เกลือ 1/2+1/4 ช้อนชา
8. น้ำ 100 กรัม
9. ไข่ไก่ 1/2 ฟอง
10. ไข่แดง 1 ฟอง
11. กลิ่นนมเนย 1 ช้อนชา
12. เนยจืด 38 กรัม
วิธีทำ
- ร่อนแป้งขนมปัง แป้งเค้กชนิดพิเศษ หางนม และผงแพตโก้-สาม รวมกัน แล้วใส่ยีสต์ พักไว้
- ผสมน้ำ เกลือ น้ำตาล ไข่ไก่ ไข่แดง และ กลิ่นนมเนย คนให้ละลาย
- ใส่ส่วนผสมของ ของแห้งทั้งหมดลงในโถนวดให้ส่วนผสมพอเข้ากัน เอาขนมปังออกมานวดด้วยมือค่อยๆ เติมส่วนผสมของเหลวลงไปทีละน้อย นวดต่อให้เข้ากัน
- เติมเนยลงไป นวดจนส่วนผสมไม่ค่อยติดมือ มีความยืดหยุ่น ใช้เวลา 30 - 45 นาที
- นำแป้งขนมปังที่ได้พักไว้ในชามผสมที่ทาเนย พร้อมทั้งปิดด้วยPlastic wrap พักไว้ให้แป้งขึ้นตัว
- เมื่อแป้งขยายตัวแล้วเอา plastic wrap ออกแล้วชกแป้งไล่อากาศ
- รีดแป้งเป็นแผ่นสี่เหลี่ยมผืนผ้า


ลองศึกษาวิธีนวดแป้งด้วยมือจากที่นี่รูปจาก Pantip คุณเจซองค่ะ





ไส้ขนมปัง (สูตรนี้ออกเปรี้ยวหน่อยนะคะ ถ้าชอบหวานเพิ่มน้ำตาลได้อีก 50 กรัมค่ะ)
1.แอ๊ปเปิ้ล 3 ลูก
2.ลูกเกดดำ 200 กรัม
3.น้ำตาลทราย 100 กรัม

- นำไปผัดบนกระทะใส่น้ำตาลจนความหวานซึมเข้าเนื้อแอ๊ปเปิ้ลและลูกเกดดำค่ะ ผัดเสร็จพักไว้สักครู่ระหว่างนี้รอขนมปังขึ้นฟูเต็มที่
- รีดขนมปังให้แผ่เป็นแผ่น วางไส้ทั่วๆ ม้วนขนมปังและหั่นตามขวาง
- ทาเนยที่หม้อหุงข้าว หั่นขนมปังเป็น 7 ท่อนวางเรียงกันในหม้อ


รูปนี้กำลังรอพักอีก 30 นาที
- พักขนมปังสัก 30 นาทีจนขึ้นฟูดี
- กดปุ่มสั่งทำปุ่มที่ใช้ของแต่ละเครื่องเขียนไม่เหมือนกันเอาเป็นว่าใช้ปุ่มที่เครื่องบอกรายละเอียดว่าสามารถทำทั้งขนมปังและเค้กได้นะคะ
- ประมาณ 1 ชั่วโมงถัดมาก็มากลับด้านค่ะ เพราะว่าด้านบนอาจจะยังสุกไม่ทั่วถึงอีกสัก 10-15 นาทีนะคะ

- จากนั้น
เอาก้นขาวๆ โชว์คว่ำออกมาแล้วไม่อยากหงายละ ราดไอซิ่งนิดนึงแว้บไปทำคัสตาร์ดราดอีกหน่อย (สูตรซอสคัสตาร์ดเอาไว้คราวหน้านะคะ บล็อกนี้ยาวมากกกกกแล้วค่ะ)

ไอซิ่งเกลซมาจาก น้ำหรือนม 1 ช้อนช้ากับน้ำตาลไอซิ่ง 3 ช้อนโต๊ะถ้าเหลวไปเติมน้ำตาลไอซิ่งอีกครึ่งช้อนโต๊ะค่ะ

คลิปขนมปังหม้อหุงข้าวจากญี่ปุ่นค่ะ




ไม่ต้องมีเตาอบก็ทำขนมปังกินได้เนาะ Soft Apple Raisin Roll ในหม้อหุงข้าว 

วันจันทร์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

เค้กมะพร้าวอ่อน หอม เบา ชิ้นพอดีคำ

 เค้กมะพร้าวอ่อนที่แป้งกำลังลงสูตรให้ไม่มีหน้าครีมนะคะ เป็นเค้กที่ตกแต่งด้วยเนื้อมะพร้าวอ่อนด้านบน รสสัมผัสเบานุ่มชวนฝันมากค่ะส่วนรสชาติหวานกำลังดีแถมสูตรนี้ใส่น้ำมะพร้าวอ่อนลงไปด้วยค่ะ อร่อยมากๆ

             ที่บ้านแป้งทั้งครอบครัวชอบทานน้ำมะพร้าวอ่อนมากค่ะ ซื้อมาทีเป็นทะลายเลยเอามาเฉาะเอง (คุณพ่อเฉาะค่ะ แหะแหะ)


รสอัญชัน ใช้น้ำอัญชันคั้นสดค่ะ

แป้งทำหลายครั้งทั้งทำแจกและทำขายที่ร้านแป้งหอมเบเกอรี่ค่ะ นี่โชว์หน้าตาเค้กนิดนึงผู้สูงอายุก็ทานได้ค่ะไม่ต้องกลัวครีมอีกต่างหาก แป้งชอบเค้กที่ไม่มีครีมค่ะ ทำแล้วสบายใจไม่กังวลเท่าเค้กครีมด้วยเพราะเสียยากกว่านิดนึงเก็บในตู้เย็นได้หลายวันค่ะ สูตรมาจาำที่นี่ค่ะ Baked By Pong

ส่วนผสมที่ 1

แป้งเค้ก 100 กรัม

ผงฟู 1 ½ ช้อนชา

น้ำตาลทรายป่น 70 กรัม

เกลือ ¼ ช้อนชา

ส่วนผสมที่ 2

ไข่แดงเบอร์ 0 จำนวน 6 ฟอง
น้ำมันพืช 55 กรัม (ใช้น้ำมันข้าวโพด)
น้ำมะพร้าวน้ำหอม 60 กรัม


ส่วนผสมที่ 3
ไข่ขาวเบอร์ 0 จำนวน 6 ฟอง
น้ำตาลทรายป่น 80 กรัม

ครีมออฟทาทาร์ ¼ ช้อนชา


วิธีทำ (ตามสูตรนี้แป้งทำได้ 2 ถาดค่ะ ถาดขนาด 6x10 นิ้ว)
1.ร่อนแป้ง ผงฟู น้ำตาล เกลือ สามรอบ ทำหลุมตรงกลาง
2.ไข่แดง น้ำมะพร้าว น้ำมันพืช คนให้เข้าเทลงในส่วนผสมที่ 1 ใช้ตะกร้อมือคนเร็วแรง ๆ ให้ส่วนผสมเข้ากัน พักไว้

3.ตีไข่ขาวด้วยหัวตีตะกร้อความเร็วสูงสุด 5 วินาที ใส่ครีมออฟทาทาร์ ใส่น้ำตาลส่วนที่ 3 ตีต่อให้ไข่ขาวตั้งยอดอ่อน ปิดเครื่อง

4.ตักแบ่งไข่ขาวครึ่งหนึ่ง ผสมกับส่วนผสมข้อ 2 โดยใช้ตะกร้อมือตะล่อมให้เข้ากัน ตักไข่ขาวส่วนที่เหลือผสมให้เข้ากันดี เทลงถาด

5.ใช้ที่ตัดรูปหัวใจตัดเนื้อมะพร้าว แล้วโรยเนื้อมะพร้าวอ่อนกระจายทั่วพิมพ์ 
6.นำเข้าอบไฟบนไฟล่าง อุณหภูมิ 175 องศาเซลเซียส ประมาณ 20 นาที หรือจนสุก 
7.ตัดชิ้นสี่เหลี่ยม 



รสวนิลลาหอมกลิ่นมะพร้าวและวนิลลาค่ะ


หอมกลิ่นใบเตยสดที่คั้นจากใบเตยหอมหน้าบ้านค่ะ

มีความสุขและทานของอร่อยๆ ด้วยกันนะคะ