แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กล้วย แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กล้วย แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

ไอศกรีมวนิลลาง่ายด้วยอร่อยด้วย




       ปีนี้เวลาผ่านไปเร็วมากแป๊บเดียวกำลังจะหมดเดือนกุมภาพันธ์ที่มีวันที่ 29 ผ่านไปอีกที พรุ่งนี้วันหวยออก 1 มีนาคม เรียกว่านับถอยหลังเข้าสู่หน้าร้อนหน้าแล้งแล้ววันนี้แป้งเลยมาชวนทำไอศกรีมวานิลลาง่ายๆและอร่อยกันค่ะ


       ข้อดีของการทำโฮเมดวานิลลาเองคืออะไรน้อ ทำไมต้องทำเองไปซื้อเอาง่ายกว่ามั้ย จะบอกว่าง่ายหน่ะง่ายกว่าแน่นอนค่ะ แต่ความคุ้มค่าเรื่องรสชาติความภูมิใจต่างกันมากมาย แป้งทำไอศกรีมไว้ตั้งแต่เดือนธันวาคมค่ะวันเกิดคุณพ่อวันที่ 5 ธันวาคุณพ่อชอบมากค่ะ เพราะหวานน้อยเนื้อเนียนไม่ใส่สารเสริมคุ้มค่าความอร่อยทุกแคลลอรี่

วัตถุดิบ แป้งทำ 2 เท่าจากสูตรนะคะ
ไข่แดงเบอร์ 2  5 ฟอง
น้ำตาลทราย 150 กรัม
นมสด 260 มล. (ไม่เอาแบบ Low fat Non fat นะคะ)
ครีมสด 320 มล.
กลิ่นวนิลลาหรือฝักวนิลลา


1.แยกไข่แดงไข่ขาวเตรียมไว้ (ไข่ขาวที่ไม่ได้ใช้เก็บไว้ทำเมอแรงค์ทานได้ค่ะ) ใช้เฉพาะไข่แดงเพราะตัวไข่จะมีคุณสมบัติในการรวมน้ำกับไขมัน ช่วยให้เนื้อละมุนรสชาติเข้มข้นค่ะ
2.ตีไข่แดงกับน้ำตาลทรายให้เข้ากันด้วยตะกร้อมือ ตีให้สีอ่อนลงและไข่ขึ้นฟูเล็กน้อย
3.อุ่นนมแค่พออุ่นๆเทใส่ในชามจนหมด ระหว่างเททีละน้อยให้ตีตะกร้อมมือตลอดเวลา (การอุ่นนมจะช่วยลดการเกิดเกล้ดน้ำแข็งทำให้เนื้อไอศกรีมเนียนขึ้น)


4.นำขึ้นตั้งไฟอ่อนคนตลอดเวลา ป้องกันไข่สุกเป็นลิ่มและก้นไหม้ขั้นตอนนี้ใจเย็นๆนะคะ
5.เปลี่ยนจากหัวตะกร้อเป็นไม่พายเพื่อง่ายต่อการเช็คความข้น คนไปเรื่อยๆประมาณ 15 นาที
6.จากรูปแป้งวางเทอร์เมมิเตอร์ไว้ด้วยนะคะ เพราะเราต้องการฆ่าเชื่อซาโมเนลลาในไข่แต่ต้องควบคุมอุณหภูมิไม่ให้เกิน 83 องศา ถ้าเกินกว่านี้จะทำให้ไข่แดงจับตัวกันทำให้เนื้อไม่เนียน
(ถ้าไม่มีเทอร์โมมิเตอร์ให้ต้มประมาณ 15 นาทีจะได้อุณหภูมิที่ใกล้เคียงค่ะและเช็คหลังไม้พายให้เป็นฟิล์มบางๆสามารถลากนิ้วบนไม้พายได้เป็นรอยนิ้ว)


7.ยกลงกรองด้วยตะแกรงตาถี่ หลังจากหายร้อนแล้วแป้งจะใส่ถุงจากนั้นนำไปบ่มในตู้เย็นค่ะ บ่มไว้สักชั่วโมงหรือถ้าไม่รีบร้อนคืนนึงเลยก็ได้ขั้นตอนนี้เพื่อปรับอุณหภูมิคัสตาร์ดค่ะ
8.นำโถตีที่จะใช้ตีครีมสดไปแช่เย็นเพื่อช่วยในการขึ้นฟูค่ะ ตีครีมสดให้ฟูตั้งยอดใส่คัสตาร์ดที่บ่มแล้วลงไปผสมให้เข้ากันนำเข้าช่องฟรีซสัก 2 ชั่วโมงเป็นอย่างน้อย


9.ส่วนผสมที่จะนำออกมาตีต้องเริ่มเป็นเกล็ดน้ำแข็งนะคะ ขั้นตอนต่อจากนี้คือการทำให้เนื้อเนียนตีอากาศเข้าไปในเนื้อช่วยให้เนื้อเนียนและเพิ่มปริมาตรค่ะ
10.ถ้าไม่มีเครื่องตีหัวตะกร้อแบบแป้ง สามารถดัดแปลงใช้เครื่องปั่น ตะกร้อมือ หรือส้อมขูดก็ได้ค่ะพอตีจนทั่วแล้วนำกลับเข้าตู้เย็นช่องฟรีซต่ออีก 2-3 ชั่วโมงขึ้นอยู่กับความเย็นของตู้เย็นที่ใช้ (เราจะวนลูปขั้นตอนนี้ไปเรื่อยๆ ยิ่งทำหลายรอบก็จะช่วยให้เนื้อเนียนค่ะ)


แป้งทำ 5 รอบค่ะ รอบหลังๆเนื้อจะแน่นและเนียนขึ้นต้องใช้ตัวช่วยบ้างใช้ส้อมขูดๆก่อน


ได้ที่แล้วค่ะเนื้อเนียนมากแน่นมาก นุ่มลิ้นมากละลายในปาก ไอศกรีมของเรา ปริมาณเยอะมาก หวาน หอม อร่อย ผ่านการฆ่าเชื่อรับรองว่าสะอาดเนื้อเนียนถูกใจกันทั้งบ้านแน่นอน ด้านหลังเป็นไอศกรีมกะทิค่า อร่อยจริงๆ

ปิดท้ายด้วยรูปไอศกรีมพร้อมเสิร์ฟ ทานคู่กับอร่อยก็อร่อย  

วันเสาร์ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2558

เค้กกล้วยน้ำว้าในถาดฟอยล์ Happy 2015

เค้กกล้วยน้ำว้าในถาดฟอยล์ Happy 2015

ในวาระที่เดือนนี้ยังอยู่ในปีใหม่ 2015 เป็นเดือนเกิดของแป้งและยังมีจำนวนเพื่อนๆมากดไลค์เพิ่มเยอะ แป้งขอตอบแทนด้วยสูตรตั้งต้นของเค้กกล้วยน้ำว้าที่แป้งทำ ขอบคุณพี่ Beebie ที่ใจดีลงสูตรไว้ด้วยนะคะ ขอกราบงามๆหนึ่งทีพี่เป็นอีกจุดเริ่มต้นของร้านแป้งเลยค่ะตอนนี้แป้งปรับสูตรเป็นสูตรที่ชอบแล้วแต่ก็ยังชอบสูตรเดิมของพี่เค้าด้วยแป้งยกวิธีทำมาให้เลยค่ะ



++เค้กกล้วยหอมสูตรนุ่ม++

สูตรนี้ถ้าใช้พิมพ์มัฟฟิ่น 2 นิ้ว จะทำได้ประมาณ 18 ถ้วยนะคะ
- แป้งเค้ก 200 กรัม
- ไข่ไก่ 3 ฟอง
- ผงฟู 1 1/2 ชช.
- เบคกิ้งโซดา 1 ชช.
- เกลือ 1/2 ชช.
- น้ำมันพืช 1 ถ้วยตวง
- น้ำตาลทราย 180 กรัม
- กล้วยหอมสุกบด 200 กรัม
- น้ำมะนาว 1 ชช.

1. อุ่นเตาอบที่อุณหภูมิ 400 F หรือ 200 C จากนั้นร่อนแป้ง+ผงฟู+เบคกิ้งโซดาเข้าด้วยกัน พักไว้ บดกล้วยหอมและน้ำมะนาวเข้าด้วยกัน พักไว้
2. ตีไข่ไก่+น้ำตาลทราย+เกลือให้ขึ้นฟู ตีด้วยความเร็วสูงประมาณ 7-8 นาที
3. ปรับเป็นความเร็วต่ำ เติมแป้งลงไป ตีต่อให้เข้ากัน (ประมาณ 1 นาที) เติมน้ำมันพืช ตีต่อด้วยความเร็วกลางอีกประมาณ 2 นาที
4. เติมกล้วยหอมบดลงไป ตีต่อด้วยความเร็วต่ำอีกประมาณ 1 นาที หยอดใส่พิมพ์ถ้วยขนาด 2 นิ้ว อบไฟ 400 F ประมาณ 20-25 นาที ตอนทำอบได้ 20 นาทีสีก็ดูเข้มแล้วค่ะ เลยเอาออกจากเตาอบเลย จากนั้นก็พักบนตะแกรงให้เย็น แล้วบรรจุใส่ภาชนะปิดสนิท ส่วนตัวชอบแบบเก็บไว้ข้ามคืน เพราะเนื้อเค้กจะยิ่งชุ่มชื้น อร่อยกว่าตอนทานอุ่นๆค่ะ

ที่มา: http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=beebie&date=08-09-2006&group=2&
gblog=23#ixzz3P5zi1fca




ขอให้ปีนี้เป็นปีที่ดีสำหรับทุกๆคนเลยนะคะ ความสุขมาเต็มๆ ยิ้มได้กันถ้วนหน้าค่าาา